ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: Stop procrastinating and start learning!
บริบท & พื้นหลัง
ในวิดีโอนี้ เอมม่าได้นำเสนอการพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาของการผัดวันประกันพรุ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเรียนหลายคนเผชิญหน้า โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลาสอบภาษาอังกฤษที่กำลังใกล้เข้ามา ในขณะที่บางคนอาจรู้ว่าตนควรจะศึกษา แต่กลับเลือกที่จะทำกิจกรรมอื่นที่น่าตื่นเต้นกว่า เช่น การใช้โซเชียลมีเดียหรือทำความสะอาดห้องแทน การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการผัดวันประกันพรุ่งและวิธีการก้าวข้ามมันไปได้ จะช่วยให้คุณมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น และสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
5 วลีสำคัญสำหรับการสื่อสารประจำวัน
- I'm procrastinating. (ฉันกำลังผัดวันประกันพรุ่ง)
- I procrastinate a lot. (ฉันผัดวันประกันพรุ่งบ่อยๆ)
- My procrastination is really bad. (การผัดวันประกันพรุ่งของฉันแย่มาก)
- I'm a procrastinator. (ฉันเป็นคนที่ผัดวันประกันพรุ่ง)
- I find English grammar difficult. (ฉันพบว่ากฎหมายอังกฤษยาก)
คู่มือการฝึกพูดแบบทีละขั้นตอน
การใช้ shadow speak หรือการฝึกพูดตามแบบที่ได้ฟัง จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการศึกษาภาษาอังกฤษจากยูทูป โดยเริ่มจากการฟังวิดีโออย่างละเอียด และพยายามอ่านข้อความหรือวลีที่สำคัญที่ได้ยิน:
- ฟังวิดีโอครั้งแรก: ตั้งใจฟังให้เข้าใจโดยรวมเกี่ยวกับเนื้อหา และทำความเข้าใจกับบริบทของการพูดคุย
- ฟังซ้ำ: พยายามจับเสียงและสัมผัสประโยคที่ลึกซึ้งมากขึ้น โดยให้ความสำคัญกับวลีสำคัญที่เป็นจุดประเด็นของการพูด
- พูดตาม: เมื่อคุณเข้าใจวลีและวลีสำคัญแล้ว ให้ใช้เทคนิค shadow speech พูดตามเสียงของเอมม่า หากมีข้อสงสัยเรื่องการออกเสียง ให้ใช้ฟังก์ชันช้า/เร็วของวิดีโอเพื่อช่วย
- ฝึกซ้ำๆ: ควรฟังและฝึกพูดซ้ำหลายครั้งจนกว่าคุณจะรู้สึกมั่นใจในการออกเสียงและการใช้ประโยค
- นำไปใช้ในชีวิตจริง: พยายามใช้วลีเหล่านี้ในการสื่อสารประจำวันของคุณ เพื่อช่วยให้คุณเกิดความคุ้นเคยและเพิ่มทักษะการสื่อสารของคุณ
การฝึกพูดภาษาอังกฤษไม่ต้องยาก หมั่นฝึก shadow speak และคุณจะสามารถพัฒนาทักษะของคุณให้ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน!
เทคนิค Shadowing คืออะไร?
Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ






















