ShadowingEnglishShadowingEnglish

Gonna Wanna Gotta คืออะไร: ความหมาย การออกเสียง วิธีใช้

อัปเดต อ่าน 15 นาทีทีม Shadowing
Gonna Wanna Gotta คืออะไร: ความหมาย การออกเสียง วิธีใช้

เปิดซีรีส์ฝรั่งทีไร ได้ยินแต่ "กันเนอะ" "วอนเนอะ" "กอดเดอะ" เต็มไปหมด พอเปิดซับอังกฤษก็เจอคำว่า gonna, wanna, gotta ที่ไม่เคยอยู่ในหนังสือเรียนสักเล่ม หลายคนเลยสงสัยว่า gonna wanna gotta คืออะไร เป็นสแลงหรือเปล่า ใช้ได้จริงไหม แล้วทำไมครูไม่เคยสอน บทความนี้จะอธิบายให้ครบทั้งความหมาย วิธีออกเสียงที่คนไทยมักพลาด สถานการณ์ที่ใช้ได้และห้ามใช้ พร้อมวิธีฝึกหูฝึกปากด้วยการพูดตามวิดีโอ ถ้าเป้าหมายของเราคือพูดให้เป็นธรรมชาติ เรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญของการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้ได้ผลจริงที่ข้ามไม่ได้เลยครับ

gonna wanna gotta คืออะไร แปลว่าอะไร

ทั้งสามคำเป็นรูปย่อของภาษาพูด เกิดจากคำสองคำที่พูดเร็วจนเสียงรวบติดกันเป็นคำเดียว ไม่ใช่สแลง ไม่ใช่ภาษาวัยรุ่น และไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่ผิด เจ้าของภาษาแทบทุกคนพูดแบบนี้ ตั้งแต่เด็กนักเรียนไปจนถึงผู้บริหารเวลาคุยกันสบายๆ

  • gonna = going to แปลว่า "จะ" ใช้พูดถึงอนาคต เช่น I'm gonna call you later. เดี๋ยวจะโทรหานะ
  • wanna = want to หรือ want a แปลว่า "อยาก" เช่น Do you wanna come? อยากมาด้วยไหม
  • gotta = (have) got to แปลว่า "ต้อง" เช่น I gotta go. ต้องไปแล้ว

ลองเทียบกับภาษาไทยจะเข้าใจทันที เราเขียนว่า "อย่างไร" แต่พูดว่า "ยังไง" เขียนว่า "มหาวิทยาลัย" แต่พูดว่า "มหา'ลัย" เขียนว่า "หรือเปล่า" แต่พูดว่า "รึเปล่า" ไม่มีใครบอกว่าพูดแบบนี้ผิด แค่ไม่เขียนลงในเอกสารราชการเท่านั้น gonna กับ going to ก็เป็นความสัมพันธ์แบบเดียวกันเป๊ะ

ญาติๆ ของ gonna: kinda, lemme, gimme, dunno และอื่นๆ

พอจับหลักสามคำแรกได้ คำที่เหลือก็ง่ายแล้วครับ เพราะใช้สูตรเดียวกัน คือคำเล็กๆ ท้ายวลี (to, of, have, me) เสียงเบาลงแล้วไปเกาะคำข้างหน้า

  • kinda = kind of แปลว่า "ค่อนข้าง, ออกจะ" เช่น I'm kinda tired. เหนื่อยนิดหน่อย
  • lemme = let me แปลว่า "ขอ...หน่อย" เช่น Lemme see. ขอดูหน่อย
  • gimme = give me แปลว่า "ขอ, เอามา" เช่น Gimme a second. ขอเวลาแป๊บนึง
  • dunno = don't know แปลว่า "ไม่รู้สิ" เช่น I dunno.
  • hafta = have to แปลว่า "ต้อง" เช่น I hafta work tomorrow. พรุ่งนี้ต้องทำงาน
  • shoulda, coulda, woulda = should have, could have, would have เช่น I shoulda known. น่าจะรู้ตั้งแต่แรก
  • 'cause = because แปลว่า "เพราะ" เช่น I stayed home 'cause it was raining.

สังเกตว่าเกือบทุกคำลงท้ายด้วยเสียงเดียวกัน คือเสียง "เออะ" สั้นๆ เบาๆ ที่เรียกว่า schwa ถ้ายังไม่คุ้นกับเสียงนี้ แนะนำให้อ่านเรื่องเสียง Schwa และ Weak Form ควบคู่ไปด้วย เพราะเป็นกุญแจที่อธิบายคำย่อทั้งหมดนี้ได้ในคราวเดียว

ออกเสียงยังไงให้ถูก: จุดที่คนไทยพลาดบ่อย

ปัญหาใหญ่ของคนไทยไม่ใช่เสียงพยัญชนะ แต่เป็นน้ำหนักเสียงและความยาวของพยางค์ท้าย ภาษาไทยมีวรรณยุกต์และเรามักลากพยางค์สุดท้ายให้ยาวและขึ้นเสียง พอเจอคำว่า gonna เลยกลายเป็น "กอน-น่า" เสียงหนักอยู่ข้างหลัง ฝรั่งฟังแล้วงง และเราเองก็ฟังฝรั่งไม่ออกเพราะในหัวจำเสียงผิดไว้

gonna → /ˈɡʌnə/

พยางค์แรกเป็นเสียงเดียวกับ cup และ but ออกคล้าย "กัน" เสียงหนักอยู่ตรงนี้ พยางค์หลังเบาและสั้นมาก คล้าย "เนอะ" รวมแล้วได้ประมาณ "กั๊น-เนอะ" ไม่ใช่ "กอน-น่า" และไม่ใช่ "กอน-น้า" เวลาพูดเร็ว I'm gonna จะหดเหลือแค่ "อัม-เมอะ-เนอะ" ด้วยซ้ำ

wanna → /ˈwɑːnə/

พยางค์แรกอ้าปากกว้าง ออกคล้าย "วอน" หรือ "วาน" แล้วตามด้วย "เนอะ" เบาๆ ได้เป็น "ว้อน-เนอะ" คนไทยมักพูดว่า "วอน-น่า" ลากเสียงท้ายยาวเกินไป ให้ตัดพยางค์หลังให้สั้นที่สุดเท่าที่ทำได้

gotta → /ˈɡɑːɾə/

คำนี้คนไทยพลาดมากที่สุด เพราะอ่านตามตัวสะกดเป็น "ก๊อต-ต้า" ออกเสียง ต เต็มๆ ในสำเนียงอเมริกัน ตัว tt ที่อยู่ระหว่างสระจะไม่ใช่เสียง ต แต่เป็นเสียงลิ้นแตะเพดานเร็วๆ ครั้งเดียว ฟังคล้าย ด หรือ ร เบาๆ ผลคือได้ยินเป็น "ก๊า-เดอะ" หรือ "ก๊า-เหรอะ" คำว่า lotta (a lot of) และ water ก็ใช้หลักเดียวกัน ส่วนสำเนียงอังกฤษมักออก t ชัดกว่าหรือกลืนเสียงไว้ในคอ แต่ก็ยังรวบคำเหมือนกัน

คำอื่นๆ

  • kinda /ˈkaɪndə/ ออกว่า "คายน์-เดอะ" อย่าลืมเสียง n และ d ตรงกลาง คนไทยมักตัดตัวสะกดทิ้งจนเหลือแค่ "คาย-ด้า"
  • lemme /ˈlemi/ และ gimme /ˈɡɪmi/ ออกว่า "เล็ม-มิ" กับ "กิ๊ม-มิ" เสียงท้ายสั้น ไม่ใช่ "เลม-มี่" "กิม-มี่"
  • dunno /dəˈnoʊ/ คำนี้เสียงหนักอยู่ข้างหลัง ออกว่า "เดอะ-โนว"
  • shoulda /ˈʃʊdə/ ตัว l ไม่ออกเสียง ได้เป็น "ชุด-เดอะ" เช่นเดียวกับ coulda "คุด-เดอะ" และ woulda "วุด-เดอะ"

สรุปหลักจำง่ายๆ: หนักหน้า เบาหลัง สั้นท้าย ถ้าทำได้ตามนี้ สำเนียงจะฟังเป็นธรรมชาติขึ้นทันทีโดยไม่ต้องแก้เสียงอื่นเลย

ใช้ตอนไหนได้ ตอนไหนไม่ควรใช้

หลักง่ายที่สุดคือ พูดได้เกือบทุกสถานการณ์ แต่เขียนได้เฉพาะตอนที่ข้อความนั้นเลียนแบบการพูด

ใช้ได้สบายใจ

  • คุยกับเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือชาวต่างชาติที่เจอระหว่างเที่ยว
  • แชต LINE ข้อความมือถือ คอมเมนต์ในโซเชียล แชตในเกม
  • เนื้อเพลงและบทพูดในหนัง
  • การสอบพูด เช่น IELTS Speaking พูด gonna ได้ถ้าหลุดออกมาเองอย่างเป็นธรรมชาติ เพราะแสดงถึงความคล่อง

ควรเลี่ยง

  • ข้อสอบข้อเขียนทุกชนิด ทั้ง IELTS Writing, TOEIC, TOEFL และข้อสอบในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
  • อีเมลงาน เรซูเม่ จดหมายสมัครงาน รายงาน
  • งานวิชาการและเอกสารทางการทุกประเภท

มีข้อสังเกตที่ช่วยให้สบายใจขึ้นครับ แม้ในห้องประชุมหรือการสัมภาษณ์งาน เจ้าของภาษาก็ยังพูดว่า gonna อยู่ดี สิ่งที่เขาไม่ทำคือเขียนแบบนั้น เสียงที่รวบเป็นเรื่องปกติของการพูด แต่ตัวสะกดแบบรวบเป็นเรื่องไม่ทางการ ถ้าไม่แน่ใจ ให้พูดแบบย่อ แต่เขียนแบบเต็ม

5 ข้อผิดด้านไวยากรณ์ที่คนไทยเจอบ่อย

  1. "I gonna go." ผิดบ่อยที่สุด เพราะภาษาไทยไม่มี verb to be เราพูดว่า "ฉันจะไป" ได้เลย แต่ gonna แทนแค่ going to เท่านั้น ต้องมี am, is, are เสมอ ที่ถูกคือ I'm gonna go, she's gonna go, they're gonna go
  2. "I'm gonna the market." gonna ต้องตามด้วยกริยาเท่านั้น ถ้า going to หมายถึงกำลังไปสถานที่ จะย่อไม่ได้ ต้องพูดว่า I'm going to the market แต่ I'm gonna go to the market ถูกต้อง
  3. "He wanna eat." wanna มาจาก want to แต่ประธาน he, she, it ต้องใช้ wants to ภาษาไทยไม่ผันกริยา เราเลยลืมจุดนี้ง่ายมาก ที่ถูกคือ he wants to eat
  4. "I wanna to go." / "I'm gonna to do." คำว่า to อยู่ในคำย่อแล้ว ไม่ต้องใส่ซ้ำ พูดว่า I wanna go, I'm gonna do
  5. "She gotta go." ในบทสนทนาสบายๆ อาจได้ยินบ้าง แต่รูปที่ปลอดภัยคือ she's gotta go หรือ she has to go ส่วนประธาน I, you, we, they ตัด have ทิ้งได้ตามปกติ เช่น I gotta go

วิธีฝึกหูและฝึกปากด้วย Shadowing

รู้กฎอย่างเดียวไม่พอครับ เพราะปัญหาจริงคือความเร็ว กว่าสมองจะแปลว่า "อ๋อ นี่คือ going to" คนพูดก็ไปไกลอีกสองประโยคแล้ว ทางแก้คือฝึกจนเป็นอัตโนมัติ และวิธีที่ตรงจุดที่สุดคือ Shadowing กับวิดีโอ ฟังประโยคสั้นๆ แล้วพูดตามทันที เลียนทั้งจังหวะ เสียงรวบ และทำนองเสียง

  1. เลือกฉากสนทนาจริง ซิตคอมเหมาะมากเพราะบทพูดสั้นและเต็มไปด้วยคำย่อ ลองเริ่มจากฉากรอสส์ไปพ่นสเปรย์แทนที่ตัวละครพูดเร็วแบบเพื่อนคุยกัน
  2. ฟังโดยไม่เปิดซับแล้วนับ รอบแรกแค่นับว่าได้ยิน gonna, wanna, gotta กี่ครั้ง แล้วค่อยเปิดบทพูดมาเทียบ
  3. เขียนตามคำบอกสั้นๆ จดสามสี่ประโยคตามที่ได้ยิน คำย่อที่จับไม่ได้จะโผล่มาเป็นช่องว่างให้เห็นชัด นี่คือหลักของการฝึก Dictation ภาษาอังกฤษซึ่งใช้วินิจฉัยจุดอ่อนได้ดีมาก
  4. พูดตามทีละประโยคที่ความเร็ว 0.75x หยุด เลียนเสียง เทียบ ถ้าตัวละครพูดว่า "กั๊น-เนอะ" ก็พูด "กั๊น-เนอะ" อย่าแปลงกลับเป็น going to
  5. พูดซ้อนไปพร้อมกันที่ความเร็วปกติ ไม่หยุดคลิป พูดทับเสียงต้นฉบับจนประโยคออกมาเองโดยไม่ต้องคิด
  6. อัดเสียงตัวเองแล้วฟังเทียบ ขั้นนี้จะรู้เลยว่า "กอน-น่า" แอบกลับมาหรือเปล่า

อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ลองฉากดราม่าที่มีคำย่ออยู่ในชื่อตอนเลยอย่าง "I'm gonna need your clothes" ถ้ายังตามซีรีส์ไม่ทัน ให้เริ่มจากบทสนทนาในชีวิตจริงแบบง่าย 15 นาที หรือบทสนทนาประจำวันที่ช่วยให้พูดเป็นธรรมชาติ ซึ่งจังหวะช้ากว่าและมีเวลาฟังเสียงรวบทีละจุด

ถ้าอยากได้คลิปเพิ่ม หมวดวิดีโอแนวคอมเมดี้รวมฉากจากซีรีส์ไว้เยอะ ส่วนหมวดภาษาอังกฤษสำหรับสนทนาในชีวิตประจำวันมีบทพูดที่ทำมาเพื่อผู้เรียนโดยเฉพาะ ใครที่ยังฟังความเร็วจริงไม่ทัน ให้อยู่กับคลิประดับ B1 สักสองสามสัปดาห์ก่อนค่อยขยับไปซีรีส์ และถ้าชอบเรียนจากภาพยนตร์ อ่านวิธีฝึกภาษาอังกฤษจากหนังด้วยการพูดตามตัวละครต่อได้เลย

แผนฝึก 7 วัน

  • วันที่ 1: ฟังอย่างเดียว เลือกฉากยาวสองนาที ฟังสามรอบ จดคำย่อทุกคำที่ได้ยิน
  • วันที่ 2: gonna แต่งสิบประโยคด้วย I'm gonna… เล่าว่าสัปดาห์นี้จะทำอะไร แล้วพูดออกเสียง
  • วันที่ 3: wanna ถามสิบคำถามด้วย Do you wanna…? และตอบด้วย I wanna…
  • วันที่ 4: gotta เอารายการสิ่งที่ต้องทำทั้งหมดมาพูดเป็น I gotta… เน้นเสียง "ก๊า-เดอะ"
  • วันที่ 5: ญาติๆ แต่งประโยคละหนึ่งคำ: kinda, lemme, gimme, dunno, shoulda
  • วันที่ 6: Shadowing ทั้งฉากที่ความเร็วปกติ
  • วันที่ 7: อัดเสียงหนึ่งนาทีเล่าแผนของตัวเอง แล้วฟังอย่างตั้งใจ

วันละสิบห้านาทีก็พอครับ คำย่อพวกนี้มักมาคู่กับอีกกลุ่มหนึ่งที่ภาษาพูดใช้บ่อยมาก ฝึกครบสัปดาห์แล้วต่อด้วยphrasal verb ที่ใช้บ่อยได้เลย ประโยคอย่าง I'm gonna pick it up หรือ I gotta find out รวมสองเรื่องไว้ในประโยคเดียว

คำถามที่พบบ่อย

gonna, wanna, gotta เป็นสแลงไหม

ไม่ใช่ครับ เป็นการรวบเสียงตามธรรมชาติที่คนทุกวัยทุกภูมิภาคใช้ สแลงคือศัพท์เฉพาะกลุ่ม แต่นี่เป็นแค่รูปเสียงพูดของคำธรรมดา

คนอังกฤษพูดแบบนี้ด้วยไหม

พูดครับ เสียงต่างกันเล็กน้อย โดยเฉพาะตัว t ใน gotta แต่คำย่อเหล่านี้มีอยู่ในภาษาอังกฤษทุกสำเนียง

ต้องพูดคำย่อถึงจะเรียกว่าพูดคล่องหรือเปล่า

ด้านการฟัง จำเป็นต้องรู้ ไม่งั้นฟังไม่ทัน ด้านการพูด ไม่บังคับ แค่พูด going to เบาๆ เร็วๆ ก็ฟังดีแล้ว ฝึกไปเรื่อยๆ เสียงจะรวบเอง

พิมพ์ gonna ในแชตได้ไหม

ได้ครับ ในแชตกับเพื่อนเป็นเรื่องปกติ ขอแค่อย่าติดไปใช้ในอีเมลงานหรือข้อสอบ

เริ่มฝึกได้เลยวันนี้

อ่านเรื่อง gonna ไม่ได้ทำให้ฟัง gonna ออก สิ่งที่ช่วยได้จริงคือพูดตาม อัดเสียง และมีคนบอกว่าผิดตรงไหน ที่ ShadowingEnglish เราเลือกวิดีโอที่ชอบ พูดตามทีละประโยค แล้วให้ AI ให้คะแนนการออกเสียง พร้อมวิเคราะห์ทีละเสียงว่าจุดไหนยังเพี้ยนไปทางสำเนียงไทย เปิดฉากแรก กดเล่น แล้วพูดออกมาดังๆ ว่า I'm gonna do this.

ลงมือฝึกเลย

เลือกวิดีโอแล้วฝึกพูดตามทีละประโยค — วิธีที่เร็วที่สุดในการเปลี่ยนเคล็ดลับเหล่านี้ให้เป็นทักษะการพูดจริง