ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: Celpip Listening Mock Test - 1 | Celpip Listening Test Practice With Answers - 2026
เลือกโหมดฝึก
แต่ละโหมดจะเปิดห้องฝึกแบบเต็มจอ
ดาวน์โหลดแอป
ทุกอย่างที่ต้องใช้เพื่อพูดได้คล่อง
ช่องเดียวกัน
วิดีโอแนะนำ
เกี่ยวกับบทเรียนนี้
บทเรียนนี้จะช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษ ผ่านการฟังบทสนทนาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับปัญหาของโทรศัพท์มือถือ ผู้เรียนจะได้พัฒนาไวยากรณ์ คำศัพท์ และการเข้าใจความหมายโดยรวมของบทสนทนา นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสที่ดีในการฝึก shadow speak หรือการพูดตามเพื่อช่วยในการพัฒนาทักษะการออกเสียงและความเชี่ยวชาญในการสื่อสารภาษาอังกฤษ
คำศัพท์และวลีสำคัญ
- battery (แบตเตอรี่)
- charge (ชาร์จ)
- warm (ร้อน)
- faulty (มีข้อบกพร่อง)
- background features (ฟีเจอร์พื้นหลัง)
- frustrating (น่าหงุดหงิด)
- social media (โซเชียลมีเดีย)
เคล็ดลับการฝึก
เพื่อให้การฝึก shadow speech มีประสิทธิภาพ ควรฟังบทสนทนาในวิดีโออย่างตั้งใจและพยายามจับจังหวะและน้ำเสียงของผู้พูด เมื่อฟังจบในแต่ละช่วง ให้หยุดและลองพูดตามทันทีที่ได้ยินคำพูด จากนั้นลองปรับอัตราความเร็วในการพูดให้ใกล้เคียงกับผู้พูดในวิดีโอ การฝึกแบบนี้จะช่วยให้คุณปรับปรุงการออกเสียงและความมั่นใจในการ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ใช้ shadowing site ที่มีบทสนทนาในรูปแบบคล้ายกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการฝึกและเรียนรู้จากการฟังจริง ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจการใช้ภาษาตามสถาณการณ์จริงได้ดียิ่งขึ้น
ไวยากรณ์ในวิดีโอนี้
โครงสร้างที่ผู้พูดใช้บ่อยที่สุด พร้อมคำพูดจริงจากวิดีโอ:
| โครงสร้าง | ในวิดีโอ |
|---|---|
| Present perfect have/has + กริยาช่อง 3 — เหตุการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน | Have you noticed · i've adjusted · has become |
| Passive voice be + กริยาช่อง 3 — เน้นสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผู้กระทำ | will be played · can be inferred · is set |
| Relative clauses who / which + อนุประโยค — ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนหรือสิ่งของ | those who commit · someone who rotates |
เทคนิค Shadowing คืออะไร?
Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ














