ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: What is Emotional Intelligence?

กำลังโหลด...
1
Emotional intelligence is the quality that enables us to confront with patience,
2
insight and imagination the many problems that we face in our affective relationship with ourselves and with other people.
3
The term emotional intelligence may sound odd.

ความเป็นมาและบริบท

ความฉลาดทางอารมณ์คือคุณสมบัติที่ช่วยให้เราสามารถเผชิญปัญหาที่หลากหลายที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ระหว่างเราและผู้อื่นได้ด้วยความอดทนและมุมมองที่ลึกซึ้ง โดยทั่วไปแล้วเรามักจะนึกถึงความฉลาดในรูปแบบทั่วไป ไม่ได้แยกแยะประเภทเฉพาะที่บุคคลอาจมี ซึ่งมักทำให้เรามองข้ามคุณค่าของความฉลาดทางอารมณ์ที่ควรได้รับการยอมรับอย่างสูง ในชีวิตประจำวัน เราสามารถสัมผัสได้ถึงความฉลาดทางอารมณ์จากความไวต่ออารมณ์ของผู้อื่นและความสามารถในการจับความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในของคนรอบข้าง

5 วลีที่สำคัญสำหรับการสื่อสารประจำวัน

  • “Can I help you with that?” - “ฉันช่วยคุณได้ไหม?”
  • “I understand how you feel.” - “ฉันเข้าใจความรู้สึกของคุณ”
  • “Let’s talk about it.” - “เรามาพูดคุยเกี่ยวกับมันกันเถอะ”
  • “It’s okay to feel this way.” - “รู้สึกแบบนี้เป็นเรื่องปกติ”
  • “What do you need right now?” - “คุณต้องการอะไรในตอนนี้?”

แนวทางการฝึกฝนแบบทีละขั้นตอน

ในการพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษโดยการทำตามวิดีโอ คุณควรเริ่มต้นด้วยการฟังเสียงพูดของผู้พูดในวิดีโออย่างตั้งใจ จากนั้นให้ลองหยุดวิดีโอในแต่ละประโยคและพูดตามในทันที เทคนิคนี้เรียกว่า ชาโดว์อิ้งภาษาอังกฤษ หรือ shadow speech ซึ่งจะช่วยให้คุณปรับปรุงทั้งการออกเสียงและการเข้าใจจังหวะการพูดของภาษาอังกฤษ

นอกจากนี้ควรทำซ้ำวลีที่ได้ยินในวิดีโอบ่อยๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และสามารถนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวันเมื่อคุณต้องการสื่อสารกับผู้อื่น อย่าลืมที่จะสนใจรายละเอียด เช่น น้ำเสียงและอารมณ์ของผู้พูดด้วย การฝึกพูดตามนี้จะช่วยให้คุณ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาความเชื่อมั่นในการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆ

เทคนิค Shadowing คืออะไร?

Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ