ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: Neuroscientist Answers Emotion Questions | Tech Support | WIRED
เลือกโหมดฝึก
แต่ละโหมดจะเปิดห้องฝึกแบบเต็มจอ
ดาวน์โหลดแอป
ทุกอย่างที่ต้องใช้เพื่อพูดได้คล่อง
ช่องเดียวกัน
วิดีโอแนะนำ
วิดีโอนี้เหมาะกับใคร?
วิดีโอนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ เรียนภาษาอังกฤษจากวิดีโอ โดยเฉพาะผู้ที่มีความสนใจในด้านอารมณ์และจิตวิทยา ผู้เรียนที่มีระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับกลางจะสามารถใช้วิดีโอนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้และปรับปรุงทักษะการสื่อสารในภาษาอังกฤษได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการเข้าใจและแสดงออกทางอารมณ์ ผ่านการสนทนาของนักประสาทวิทยาและจิตแพทย์ที่มีชื่อเสียง
คำและสำนวนที่ควรจดจำ
- stress - ความเครียด: สิ่งที่ทุกคนประสบในชีวิตประจำวัน
- emotional cues - สัญญาณทางอารมณ์: สัญญาณที่แสดงถึงความรู้สึกของผู้อื่น
- empathy - ความเห็นอกเห็นใจ: ความสามารถในการเข้าใจความรู้สึกของคนอื่น
- chemical imbalances - ความไม่สมดุลของสารเคมี: แนวคิดที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต
วิธีการออกเสียงให้ถูกต้อง
เพื่อ ปรับปรุงการออกเสียงภาษาอังกฤษ ของคุณให้ดีขึ้น การฟังและเลียนแบบเสียงจากผู้พูดในวิดีโอสามารถช่วยได้มาก ควรให้ความสนใจกับการเน้นเสียงและจังหวะของประโยค เช่น การใช้เสียงที่สูงขึ้นในตอนที่พูดถึงอารมณ์หรือความรู้สึก ซึ่งจะทำให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากขึ้น การ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ โดยการทำ shadow speech จะช่วยให้คุณเรียนรู้จากการออกเสียงที่ถูกต้องและปรับแต่งสไตล์การพูดของตัวเองให้มีธรรมชาติมากขึ้น
ไวยากรณ์ในวิดีโอนี้
โครงสร้างที่ผู้พูดใช้บ่อยที่สุด พร้อมคำพูดจริงจากวิดีโอ:
| โครงสร้าง | ในวิดีโอ |
|---|---|
| Present perfect have/has + กริยาช่อง 3 — เหตุการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน | we've learned · have shown · you've researched |
| Passive voice be + กริยาช่อง 3 — เน้นสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ผู้กระทำ | are found · may be confronted · are literally deprived |
| Relative clauses who / which + อนุประโยค — ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนหรือสิ่งของ | someone who has · cortex, which is |
เทคนิค Shadowing คืออะไร?
Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ































