ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: How to Adapt to Changing Times | Simon Sinek
เลือกโหมดฝึก
แต่ละโหมดจะเปิดห้องฝึกแบบเต็มจอ
ดาวน์โหลดแอป
ทุกอย่างที่ต้องใช้เพื่อพูดได้คล่อง
ช่องเดียวกัน
วิดีโอแนะนำ
สถานการณ์จริง
ในวิดีโอนี้ ผู้พูดได้แบ่งปันแนวคิดเกี่ยวกับการปรับตัวในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยยกตัวอย่างเกี่ยวกับอุตสาหกรรมต่างๆ ที่พลาดโอกาสในการพัฒนาเพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้ เช่น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ไม่สามารถมองเห็นความสำคัญของ Netflix หรืออุตสาหกรรมเพลงที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับการเกิดขึ้นของ iTunes ได้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญและทุกคนในอุตสาหกรรมควรเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อไม่ให้เกิดกับตัวเอง
กลุ่มคำและการใช้ร่วมที่มีประโยชน์
- จับกระแสการเปลี่ยนแปลง (grab the bull by the horns)
- ปกป้องโมเดลธุรกิจเก่า (protecting their old business model)
- สำรวจการสมัครสมาชิก (explore subscription)
- มองเห็นการเปลี่ยนแปลง (see the change coming)
- สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ (grow the business)
ความท้าทายในการฝึกพูด
คุณสามารถฝึกพูดภาษาอังกฤษได้โดยการทำตามขั้นตอนง่ายๆ นี้: เริ่มจากการดูวิดีโอและฟังการสนทนาในช่วงที่ผู้พูดพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรม จากนั้นให้ลองทำการ shadow speak โดยการเลียนแบบเสียงและ intonation ของผู้พูดในขณะที่พูดตามไปด้วย การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการพูดและความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ แนะนำให้เลือกวิดีโอที่มีเนื้อหาที่คุณสนใจ เช่น การเรียนภาษาอังกฤษจากยูทูป หรือหัวข้อที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความรู้สึกเบื่อหน่ายและเพิ่มความสนุกในการเรียนรู้!
ไวยากรณ์ในวิดีโอนี้
โครงสร้างที่ผู้พูดใช้บ่อยที่สุด พร้อมคำพูดจริงจากวิดีโอ:
| โครงสร้าง | ในวิดีโอ |
|---|---|
| Relative clauses who / which + อนุประโยค — ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคนหรือสิ่งของ | Blockbuster, which was · person who actually · before, which is |
| Present perfect have/has + กริยาช่อง 3 — เหตุการณ์ในอดีตที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน | have gone · they've screwed |
เทคนิค Shadowing คืออะไร?
Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ






























