ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิค Shadowing จากวิดีโอ: Tactics for Listening Third Edition Basic Unit 21 Direction
บริบทและพื้นฐาน
บทสนทนาในวิดีโอนี้แสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน เมื่อผู้คนต้องการขอเส้นทางไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ที่ทำการไปรษณีย์, ธนาคาร, โรงแรม, ร้านหนังสือ และซูเปอร์มาร์เก็ต ตัวอย่างเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับผู้เรียนที่ต้องการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตจริง การฟังและเข้าใจคำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีทักษะเบื้องต้นในการพูดคุยกับคนอังกฤษ.
5 วลีสำคัญสำหรับการสื่อสารประจำวัน
- Excuse me, where's the post office? (ขอโทษครับ/ค่ะ ที่ทำการไปรษณีย์อยู่ที่ไหน?)
- Can I help you? I'm looking for the bank. (ฉันช่วยอะไรคุณได้ไหม? ฉันกำลังมองหาธนาคาร)
- Go straight for two blocks and then turn left. (เดินตรงไปสองบล็อกแล้วเลี้ยวซ้าย)
- It's on your right. (มันอยู่ทางขวามือของคุณ)
- You'll see the bookstore on the right. (คุณจะเห็นร้านหนังสืออยู่ทางขวา)
คู่มือการเรียนรู้แบบชาโดว์อิ้งทีละขั้นตอน
การเรียนรู้ด้วยวิธี ชาโดว์อิ้งภาษาอังกฤษ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการพูดและการฟังของคุณ มาดูขั้นตอนที่จะช่วยให้คุณฝึกฝนการฟังและพูดตามบทสนทนาในวิดีโอนี้กัน:
- ฟังวิดีโอครั้งแรก: ให้ฟังทั้งวิดีโอโดยไม่หยุด เพื่อทำความเข้าใจบริบทของการสนทนาและจับใจความสำคัญ.
- หาฟังซ้ำ: ฟังอีกครั้งพร้อมกับจดบันทึกวลีสำคัญที่คุณคิดว่าน่าสนใจหรือมีประโยชน์.
- ฝึกพูดตาม: ใช้วิธี shadow speech โดยการเลียนเสียงพูดของผู้พูดในวิดีโอ ค่อยๆ ทำให้ช้าลงและเน้นการออกเสียง.
- นำวลีไปใช้: สร้างสถานการณ์จำลองในการใช้วลีเหล่านี้กับเพื่อนหรือครอบครัว เพื่อช่วยฝึกพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน.
- ตรวจสอบความก้าวหน้า: ฟังซ้ำอีกครั้งและเปรียบเทียบการพูดของคุณกับการพูดในวิดีโอ เพื่อปรับแก้การออกเสียงและการเน้นเสียงให้ถูกต้อง.
การ ฝึกพูดภาษาอังกฤษ อย่างสม่ำเสมอด้วยการใช้วิดีโอทำนองนี้ จะช่วยให้คุณมีพัฒนาการที่ชัดเจน อย่าลืมที่จะค้นหาวิดีโอเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ของคุณอย่างต่อเนื่อง!
เทคนิค Shadowing คืออะไร?
Shadowing เป็นเทคนิคการเรียนรู้ภาษาที่ได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ พัฒนาขึ้นสำหรับการฝึกนักแปลมืออาชีพ วิธีการนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง: คุณฟังเสียงภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาและพูดตามทันที — เหมือนเงาที่ตามผู้พูดด้วยช่วงเวลาห่าง 1-2 วินาที การวิจัยแสดงว่าเทคนิคนี้ปรับปรุงความแม่นยำในการออกเสียง ทำนองเสียง จังหวะ การเชื่อมเสียง การฟังเข้าใจ และความคล่องแคล่วในการพูดได้อย่างมีนัยสำคัญ